เพนกวินอ้วน (PENGU) เข้าสู่ Walmart: โทเค็นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น นักลงทุนควรระวังสัดส่วนการถือครองภายใน 29%

GateNews
PENGU-3.96%

ข่าว Gate News ว่า ตอนนี้ Fat Penguin (PENGU) กำลังกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ไม่กี่แห่งในวงการคริปโทที่สามารถเจาะตลาดค้าปลีกแบบมีตัวตนได้สำเร็จ โดยของเล่นของพวกเขาได้เข้าไปวางจำหน่ายที่ Walmart และ Target รวมแล้วมากกว่า 3100 สาขา การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการบ่งชี้ว่าแบรนด์ที่เกิดจากคริปโตกำเนิดกำลังได้รับการเปิดเผยต่อกระแสหลักอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และยังสะท้อนถึงศักยภาพของรูปแบบธุรกิจของแบรนด์ที่ขยายจากโปรเจกต์ NFT ไปสู่การค้าปลีกแบบมีตัวตน เบื้องหลังคือบริษัท Igloo ซึ่งในปี 2024 ได้เสร็จสิ้นการระดมทุน 11 ล้านดอลลาร์ โดยมี Founders Fund เป็นผู้นำการลงทุน ซึ่งนำมาซึ่งการยอมรับในระดับสถาบัน

แม้ว่าแบรนด์จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ตัวโทเค็น PENGU เองกลับไม่มีสิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ คำแถลงอย่างเป็นทางการชี้ชัดว่า PENGU “เพื่อความบันเทิงเท่านั้น” และผู้ถือโทเค็นไม่สามารถรับเงินปันผลจากยอดขายของเล่นหรือรายได้ของบริษัทได้ ข้อมูลจาก Tokenomist แสดงให้เห็นว่า ทีมและบริษัทถือครองโทเค็นรวมกันราว 29.28% ของอุปทานทั้งหมด แผนการทยอยปลดล็อกจะดำเนินต่อไปจนถึงปี 2028 ซึ่งหมายความว่า ในอนาคตตลาดยังต้องดูดซับอุปทานภายในสัดส่วนสูง จึงเป็นความเสี่ยงที่อาจมองข้ามไม่ได้สำหรับนักลงทุน

ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า PENGU มีจำนวนอุปทานสูงสุด 88.89Bเหรียญ ปัจจุบันมีปริมาณหมุนเวียนประมาณ 62.86Bเหรียญ มูลค่าตลาดใกล้เคียง 396 ล้านดอลลาร์ และเมื่อคำนวณแบบ fully diluted แล้วอยู่ที่ประมาณ 503 ล้านดอลลาร์ โทเค็นมีการเทรดอย่างคึกคักในตลาดสาธารณะ สะท้อนถึงสภาพคล่องในระดับหนึ่ง แต่คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ผลตอบแทนทางการเงินเป็นหลัก หากแต่อยู่ที่วัฒนธรรมชุมชนและความรู้สึกของการมีส่วนร่วม

โดยสรุปแล้ว Pudgy Penguins ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นทั้งในด้านการขยายไปสู่ค้าปลีกแบบมีตัวตนและการได้รับการยอมรับจากแบรนด์ ยอดขายของเล่นและการลงทุนจากสถาบันช่วยเพิ่มชื่อเสียงทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม โทเค็น PENGU ไม่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้ของบริษัท สัดส่วนการถือครองภายในที่สูงและลักษณะ “เพื่อความบันเทิง” ตามที่นิยามอย่างเป็นทางการหมายความว่าผู้ถือโทเค็นควรมองผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล นักลงทุนควรติดตามความเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาแบรนด์ พร้อมทั้งทำความเข้าใจให้ชัดว่าโทเค็นมีการใช้งานอย่างไรและมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

news.article.disclaimer
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น