อีเธอเรียมดีดตัวขึ้นถึง 2,257 ดอลลาร์ ปริมาณอุปทานสเตเบิลคอยน์ของเครือข่ายทะลุ 180 พันล้านดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ETH4.56%

ข่าวจาก Gate News โดยที่ข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาของ Ethereum (อีเธอเรียม) ปรับขึ้นราว 9% ในวันพุธ ไปอยู่ที่ 2,257 ดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบก็ปรับลดลงมาอยู่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และยังเป็นแรงหนุนให้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงกลับมาฟื้นตัว ข้อมูลบนเชนชี้ให้เห็นว่า ปริมาณซัพพลายของเหรียญสเตเบิลคอยน์บนเครือข่าย Ethereum ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 180Bดอลลาร์ คิดเป็นเกือบ 60% ของซัพพลายเหรียญสเตเบิลคอยน์ทั่วโลก โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมากกว่า 150% สะท้อนให้เห็นว่า กิจกรรมในระบบนิเวศของ Ethereum กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เหรียญสเตเบิลคอยน์ถูกมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของการเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) การที่ซัพพลายพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหมายความว่ามีการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการทำธุรกรรมและการชำระบัญชีบนเครือข่าย ซึ่งช่วยหนุนให้ Ethereum ดึงดูดนักลงทุนรายย่อยและสถาบันได้มากขึ้น ในเชิงเทคนิค ราคาของ Ethereum ได้แกว่งตัวอยู่เหนือแนวรับของขาขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ของปีนี้ กำลังซื้อของฝั่งขาขึ้น (bulls) ที่เข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวชัดเจน ดัชนี MACD เส้นกำลังทะลุขึ้นเหนือแกนศูนย์ ส่วน RSI อยู่ในช่องทางขาขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าทิศทางการรีบาวด์ยังคงแข็งแรง แต่เริ่มค่อย ๆ เข้าใกล้โซนภาวะซื้อมากเกินไป (overbought)

แนวต้านสำคัญในระยะสั้นอยู่ที่ 2,384 ดอลลาร์ หากราคาสามารถทะลุขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและมาพร้อมปริมาณการซื้อขายที่แข็งแกร่ง มีโอกาสที่จะพุ่งไปทดสอบระดับทางจิตวิทยาที่ 2,500 ดอลลาร์ หากราคาย่อลงกลับมาต่ำกว่า 2,200 ดอลลาร์ อาจมีการทดสอบโซนรับที่ 2,100 ดอลลาร์อีกครั้ง ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดที่แนวโน้มระยะยาว (long-term trendline) ตั้งอยู่ นักวิเคราะห์เห็นว่า การที่ซัพพลายเหรียญสเตเบิลคอยน์บนเครือข่ายทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์เป็นแรงสนับสนุนพื้นฐานที่มั่นคงให้กับราคาของ Ethereum แต่ผู้ลงทุนยังจำเป็นต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยมหภาคและตัวชี้วัดทางเทคนิค เพื่อประเมินทิศทางของตลาดในขั้นต่อไป

news.article.disclaimer
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น