Box บริษัทจัดการเนื้อหาบนคลาวด์ได้เปิดตัวเครื่องมือเสริมความปลอดภัยด้วย AI ที่ชื่อ “Box Shield Pro” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 (ตามเวลาท้องถิ่น) โซลูชันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างซึ่งเติบโตแบบทวีคูณ โดยใช้เทคโนโลยี AI ที่ออกแบบเฉพาะเพื่อการจัดหมวดหมู่เนื้อหาอัตโนมัติ การตรวจจับแรนซัมแวร์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านความปลอดภัย
ทาง Box เน้นย้ำว่า เมื่อเทคโนโลยี AI เชิงสร้างสรรค์และระบบอัตโนมัติในการทำงานได้รับความนิยมมากขึ้น การจัดการเนื้อหาที่ไม่มีโครงสร้างก็ยิ่งท้าทายมากขึ้น เครื่องมือรักษาความปลอดภัยในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะรับมือกับแนวโน้มนี้ Shield Pro จึงถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่ขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนแบบแมนนวล พร้อมทั้งดำเนินการควบคุมความปลอดภัยโดยไม่กระทบประสบการณ์ผู้ใช้ ซึ่งจะช่วยลดภาระงานของทีมความปลอดภัย และยกระดับการปกป้องเนื้อหาไปอีกขั้น
Shield Pro ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรกคือ “AI ตัวแทนจัดหมวดหมู่” ที่สามารถเข้าใจบริบทของเอกสารและกำหนดระดับความไวต่อข้อมูลโดยอัตโนมัติตามคำสั่งที่องค์กรกำหนด สามารถวิเคราะห์เนื้อหาได้หลากหลายประเภท เช่น เอกสารออกแบบผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ทางการเงิน สื่อการสอน หรือบันทึกการประชุม ความแม่นยำในการติดป้ายกำกับความปลอดภัยสูงกว่าวิธีดั้งเดิมที่ใช้กฎเกณฑ์มาก
ฟีเจอร์ที่สองคือ “การตรวจจับกิจกรรมแรนซัมแวร์” ที่สามารถตรวจสอบพฤติกรรมผิดปกติ เช่น การเข้ารหัสหรือแก้ไขไฟล์จำนวนมากที่เกิดขึ้นจากภายนอกคลาวด์ (เช่น อุปกรณ์ปลายทางของผู้ใช้) ได้แบบเรียลไทม์ ภายในไม่กี่นาทีหลังการตรวจจับ จะมีการแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลความปลอดภัย พร้อมให้ข้อมูลบริบท เช่น ไฟล์ที่ได้รับผลกระทบ ข้อมูลผู้ใช้ เพื่อช่วยให้ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
ฟีเจอร์หลักที่สาม “AI ตัวแทนวิเคราะห์ภัยคุกคาม” สามารถสร้างรายงานสรุปโดยอัตโนมัติ สรุปข้อมูลจากบันทึกความปลอดภัย และอธิบายสาเหตุของเหตุการณ์ ผลกระทบ และข้อมูลผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ช่วยให้ผู้วิเคราะห์ความปลอดภัยเข้าใจระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องไล่เช็คล็อกที่ซับซ้อนทีละรายการ
Box Shield Pro จะเปิดให้บริการทันทีในฐานะบริการเสริมแบบมีค่าใช้จ่ายสำหรับลูกค้าองค์กรที่ใช้แพลตฟอร์ม “Box Shield” อยู่แล้ว ส่วน “AI ตัวแทนวิเคราะห์ภัยคุกคาม” มีแผนจะเปิดตัวต้นปี 2026 โดย Box เน้นย้ำว่า “AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่การจัดการเนื้อหา แต่กำลังพลิกโฉมรูปแบบการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยโดยสิ้นเชิง ในยุคที่วิธีการเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ระบบอัตโนมัติแบบเชิงรุกจะกลายเป็นกุญแจสำคัญ”