ตลาดหุ้นนิวยอร์กสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงเนื่องจากความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากร ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ในการเก็บภาษีทั่วโลก
เบื้องหลังการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นครั้งนี้ เริ่มต้นจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจเก็บภาษี 10% ทั่วโลก การดำเนินการนี้เป็นมาตรการตอบโต้หลังจากศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ตัดสินว่าการเก็บภาษีของรัฐบาลทรัมป์เป็นการละเมิดกฎหมาย ซึ่งประธานาธิบดีใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าในการผลักดันนโยบายนี้ การแถลงนี้สร้างความสับสนอย่างมากในตลาดและส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาหุ้น
โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาแยกตามอุตสาหกรรม พบว่า กลุ่มดูแลสุขภาพและพลังงานยังคงแสดงความแข็งแกร่ง ในขณะที่กลุ่มสินค้าไม่จำเป็นและการเงินกลับอ่อนแอ แสดงให้เห็นว่าความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีศุลกากรส่งผลกระทบเชิงลบต่ออารมณ์การลงทุน สิ่งที่น่าจับตามองคือ บริษัทอย่างเดลล์ออร์พิซซ่า ซึ่งผลประกอบการเกินความคาดหมายของตลาด ก็มีราคาหุ้นปรับตัวขึ้น
พายุหิมะครั้งใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ทำให้เที่ยวบินถูกยกเลิก ซึ่งเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมต่อหุ้นสายการบิน ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นหลักในยุโรปก็แสดงความคงที่ในระดับค่อนข้างดี
นักวิเคราะห์ตลาดยังคงระมัดระวังต่อความตั้งใจของประธานาธิบดีทรัมป์ในการผลักดันนโยบายภาษีศุลกากร โดยส่วนใหญ่มองว่าเขามีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายนี้ต่อไปตามเป้าหมาย ซึ่งแนวโน้มนี้คาดว่าจะมีผลกระทบสำคัญต่อการค้าและเศรษฐกิจโลกในอนาคต