ด้วยรายได้ประจำปีประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน) Tether ไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการ stablecoin รายใหญ่ที่สุดในตลาดอีกต่อไป บริษัทกำลังค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดในด้านคริปโตและเทคโนโลยีการเงิน
แทนที่จะเพียงสะสมกำไร Tether กำลังลงทุนใหม่อย่างหนักในระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน การชำระเงิน ไปจนถึงแพลตฟอร์มการซื้อขายและสินทรัพย์ทางเลือก
ต่อไปนี้คือ 10 การลงทุนล่าสุดของ Tether:
- Utexo – สตาร์ทอัพพัฒนาระบบชำระเงิน stablecoin โดยตรงบนเครือข่าย Bitcoin ระดมทุน 7.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- Axiym – ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินหลังการขาย (post-pay) สำหรับธุรกรรมข้ามพรมแดน
- Whop – แพลตฟอร์ม social commerce ช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบและซื้อสิทธิ์เข้าถึงชุมชนและเครื่องมือดิจิทัล ระดมทุน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- Dreamcash – แอปพลิเคชันการซื้อขายบนมือถือแบบ self-custody ที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม Hyperliquid รองรับตลาดอนุพันธ์และ RWA
- LayerZero Labs – โปรโตคอล interoperability omnichain ที่เชื่อมต่อบล็อกเชนต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
- tZERO – ระบบชำระเงินและการซื้อขายเชื่อมต่อองค์กรการเงินทั่วโลก
- Anchorage Digital – แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการฝากรักษา staking การซื้อขาย และการชำระเงิน ระดมทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- Gold.com – แพลตฟอร์มการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกในสหรัฐอเมริกา เน้นโลหะมีค่าและของสะสม ระดมทุน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- Speed – แพลตฟอร์มการชำระเงินด้วย Bitcoin สำหรับบุคคลและธุรกิจ ระดมทุน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- Rayls – Layer-1 blockchain ที่มุ่งเชื่อมต่อการเงินแบบดั้งเดิมกับ DeFi และสภาพคล่องขององค์กร
Tether กำลังสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล”
การลงทุนเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า กลยุทธ์ระยะยาวของ Tether ไม่ได้หยุดอยู่แค่ stablecoin บริษัทกำลังค่อยๆ ขยายไปยังส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงบล็อกเชน การชำระเงิน การฝากรักษา และสินทรัพย์ทางเลือก
ด้วยงบดุลที่ใหญ่มาก – ซึ่งหลายคนเปรียบเสมือนขนาดทางการเงินของประเทศเล็กๆ – พร้อมกับรายได้ที่ถูกนำไปลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง Tether กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างเงียบๆ ที่เศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตจะสามารถดำเนินการอยู่บนพื้นฐานนั้นได้