ตามพอดแคสต์ The Rest is Money และ The Guardian นาย Nick Clegg อดีตประธานของ Meta ด้านกิจการโลกและการสื่อสาร ได้ออกมาวิพากษ์บรรดายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในซิลิคอนวัลเลย์ รวมถึง Meta เมื่อไม่นานมานี้ โดยกล่าวว่า การที่บริษัทต่างๆ สอดคล้องกับจุดยืนทางการเมืองของประธานาธิบดี Trump นั้นเป็นแรงขับเคลื่อนด้วย “ผลประโยชน์ส่วนตน” มากกว่าหลักการ Clegg ซึ่งออกจาก Meta ในเดือนมีนาคม 2026 หลังเกือบ 7 ปี ได้ระบุว่า บริการด้านผลิตภัณฑ์ได้เปลี่ยนจาก “โมเดลที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” ไปสู่แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อหา รวมถึง “เนื้อหาที่สร้างโดย AI”
Clegg ยังยกความกังวลเกี่ยวกับ Palantir โดยตั้งคำถามว่า บริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติสหรัฐกำลังสร้างการพึ่งพิงลูกค้ามากเกินไปเพื่อให้กลายเป็น “สิ่งที่ทดแทนไม่ได้” หรือไม่ คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีของรัฐสภาอังกฤษ ออกรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยชี้ให้ Palantir เป็น “กรณีที่น่ากังวลที่สุดของการที่ภาครัฐพึ่งพาซัพพลายเออร์เทคโนโลยีขนาดใหญ่เกินไป” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยุติสัญญาเมื่อเงื่อนไขการออกจากสัญญามีผลบังคับใช้ในปี 2027
ด้าน Louis Mosley ซีอีโอของ Palantir UK โต้แย้งในรายการ BBC ว่า ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐ 2 แห่งได้หยุดใช้บริการของพวกเขาแล้ว โดยมีการย้ายข้อมูลไปยังผู้ให้บริการทางเลือกอย่างประสบความสำเร็จ