ฤดูหนาวสำหรับการลงทุนในคริปโต! ปริมาณการซื้อขายเดือนพฤศจิกายนลดลงถึงจุดต่ำสุดของปี เหลือเพียง 57 ดีลการระดมทุนขนาดใหญ่เท่านั้นที่ยังคงมีอยู่

MarketWhisper
LUNA-4.47%
ETH-0.62%
ATOM-1.93%

ในเดือนพฤศจิกายน ตลาดเงินลงทุนคริปโตเคอร์เรนซียังคงอ่อนแออย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก RootData ระบุว่าในเดือนดังกล่าวมีการเปิดเผยการระดมทุนเพียง 57 รอบ ซึ่งนับเป็นสถิติต่ำสุดแห่งหนึ่งของปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยอดเงินลงทุนรวมกลับคงที่ในระดับที่ค่อนข้างเสถียรเนื่องจากดีลขนาดใหญ่ เช่น Revolut ที่ระดมทุนได้ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ CEX ที่ระดมทุนได้ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐก่อนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ตลาดเงินลงทุนคริปโตฯ ที่ “เงินก้อนใหญ่แต่ดีลน้อย” และเกิดการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน

ตลาดเงินลงทุนคริปโตฯ กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

加密貨幣創投資金與交易活動

(ที่มา: Galaxy Research)

ตลาดเงินลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างลึกซึ้ง แตกต่างจากช่วงกระทิงปี 2021 ที่มีการระดมทุนรอบ Seed และ Angel ขนาดเล็กนับร้อยรอบ ปัจจุบันเม็ดเงินลงทุนกระจุกตัวอยู่กับบริษัทที่เติบโตแล้วเพียงไม่กี่แห่ง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลสะท้อนจากการเปลี่ยนแปลงรากฐานของความเสี่ยงที่นักลงทุนพร้อมรับ หลังจากเกิดวิกฤติใหญ่ เช่น Luna และ FTX บริษัทเงินลงทุนจึงระมัดระวังมากขึ้น เลือกลงทุนเงินก้อนใหญ่กับโครงการที่มีโมเดลธุรกิจพิสูจน์แล้ว มากกว่าการเสี่ยงสนับสนุนสตาร์ทอัพช่วงเริ่มต้น

ข้อมูล RootData ระบุว่าในเดือนพฤศจิกายนมีการเปิดเผยดีลระดมทุนเพียง 57 รอบ ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำที่สุดรอบหนึ่งของปีนี้ ที่น่ากังวลกว่าคือแนวโน้มการลดลงนี้ไม่ใช่แค่ความผันผวนระยะสั้น แต่เริ่มชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 งานวิจัยของ Galaxy Digital ระบุว่าเม็ดเงินและกิจกรรมในตลาดเงินลงทุนคริปโตฯ ยังต่ำกว่าช่วงกระทิงก่อนหน้า แม้ราคาบิตคอยน์จะฟื้นขึ้นมาเกิน 90,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ยอดเงินลงทุนรวมยังคงเสถียรเพราะมีดีลขนาดใหญ่ไม่กี่ดีล Revolut ระดมทุนได้ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ CEX ที่ระดมทุนได้ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐก่อน IPO สองรายนี้คิดเป็นสัดส่วนหลักของยอดเงินลงทุนรวมในเดือนพฤศจิกายน สถานการณ์ “ยักษ์ใหญ่ครองดีล” นี้ทำให้ภาพรวมการระดมทุนดูไม่แย่นัก แต่กลับซ่อนความจริงที่สตาร์ทอัพระยะเริ่มต้นระดมทุนได้ยาก

3 ลักษณะสำคัญของตลาดเงินลงทุนคริปโตฯ ยุคปัจจุบัน

เงินลงทุนกระจุกตัวกับผู้นำ: บริษัทที่เติบโตแล้ว เช่น Revolut, CEX ได้ระดมทุนระดับพันล้านดอลลาร์ฯ ขณะที่สตาร์ทอัพระยะเริ่มต้นระดมทุนยาก

จำนวนดีลดิ่งลง: เดือนพฤศจิกายนมีเพียง 57 ดีล เป็นสถิติต่ำสุดของปี โครงการ Seed และ Angel ลดลงมาก

แบ่งขั้วชัดเจน: เงินทุนไหลเข้าสู่ศูนย์กลางการเงิน CeFi, DeFi และ NFT-GameFi ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วเป็นหลัก

ความเสี่ยงระยะยาวซ่อนอยู่เบื้องหลังปริมาณธุรกรรมที่หดตัว

ซาร่า ออสติน ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มเกมสินทรัพย์จริง Titled ได้ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า แม้บางส่วนของการชะลอตัวด้านปริมาณธุรกรรมจะมาจากสภาวะตลาดโดยรวม แต่แนวโน้มนี้อาจนำไปสู่ความเสี่ยงระยะยาว เธอกล่าวกับสื่อว่า “ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งนี้จะส่งผลเสียต่อทั้งอุตสาหกรรม เพราะช่วงเวลาเศรษฐกิจยากลำบากมักเป็นเวลาที่ได้ดีลดีที่สุด”

มุมมองนี้สะท้อนปัญหาของตลาดเงินลงทุนคริปโตฯ ในปัจจุบัน ประสบการณ์ในอดีตชี้ว่าการลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดมักเกิดขึ้นในช่วงตลาดซบเซา เช่น Amazon, Google, Facebook ล้วนได้รับเงินลงทุนสำคัญหลังฟองสบู่ดอทคอมแตก เช่นเดียวกับ CEX ยูนิคอร์นที่วางรากฐานสำเร็จในตลาดหมีรอบก่อน

ปริมาณดีลที่หดตัวในปัจจุบันหมายถึงโครงการระยะเริ่มต้นที่มีศักยภาพจำนวนมากไม่ได้รับเงินทุนสนับสนุน ซึ่งอาจเป็นผู้สร้างนวัตกรรมปฏิวัติวงการรายต่อไป หากเงินลงทุนยังคงกระจุกตัวกับบริษัทที่เติบโตแล้ว แรงขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมจะอ่อนแอลง ที่ร้ายกว่านั้น แนวโน้มนี้อาจทำให้การแข่งขันในตลาดแข็งตัว ผู้นำครองตลาดมากขึ้น ผู้เล่นใหม่เข้ามาท้าทายได้ยาก

นอกจากนี้ ปริมาณดีลที่หดตัวยังสะท้อนถึงระบบนิเวศเงินลงทุนคริปโตฯ ที่ไม่สมบูรณ์ ระบบที่ดีควรมีโครงสร้างแบบพีระมิด ชั้นล่างสุดมีโครงการรอบ Angel และ Seed จำนวนมาก ชั้นกลางเป็นโครงการที่เติบโตแล้ว ส่วนยอดมีบริษัทชั้นนำเพียงไม่กี่ราย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นพีระมิดกลับหัว ชั้นล่างหดตัวรุนแรง ทรัพยากรไหลสู่ยอดมากเกินไป สถานการณ์เช่นนี้ในระยะยาวไม่ยั่งยืน

กรณีศึกษาการระดมทุนระดับหัวแถว: ตัวแทนจาก 3 กลุ่มธุรกิจ

แม้ดีลโดยรวมจะซบเซา แต่ยังมีบางโครงการที่ระดมทุนสำเร็จในเดือนพฤศจิกายน ข้อมูลจาก RootData ระบุว่าดีลส่วนใหญ่มุ่งสู่ CeFi, DeFi และ NFT-GameFi ต่อไปนี้คือตัวอย่างแนวโน้มการระดมทุนในแต่ละกลุ่มธุรกิจ

Ostium ระดมทุนได้ 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เตรียมขยายโปรโตคอล perpetual contract on-chain ของตนไปยังตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี และสกุลเงินที่ไม่ใช่คริปโตฯ Ostium ซึ่งก่อตั้งโดยอดีตเพื่อนร่วมชั้นจาก Harvard ได้รับการสนับสนุนจาก General Catalyst, Jump Crypto, Susquehanna International Group และนักลงทุนจากสายการเงินดั้งเดิมอย่าง Bridgewater, Two Sigma และ Brevan Howard

กรณี Ostium แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังสนใจโครงการที่เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมกับคริปโตฯ เป้าหมายกว้างของบริษัทคือการเป็นผู้นำด้าน perpetual protocol สำหรับสินทรัพย์จริง และขยายช่องทางเข้าสู่ตลาดดั้งเดิมผ่านโครงสร้างพื้นฐานแบบ self-custody เงินทุนนี้จะใช้พัฒนาโครงสร้างระบบพื้นฐาน ได้แก่ smart contract, ระบบกำหนดราคา และ liquidity engine เพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมที่สูงขึ้น

Axis โปรโตคอลผลตอบแทน on-chain ระดมทุนรอบ private ได้ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย Galaxy Ventures เตรียมเปิดตัวโปรโตคอลผลตอบแทน on-chain ที่ให้การเปิดรับความเสี่ยงของ Bitcoin, ทองคำ และ USD นักลงทุนรายอื่น ได้แก่ Maven 11 Capital, CMS Holdings, FalconX เป็นต้น Axis ระบุว่าเงินลงทุนนี้จะใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐานผลตอบแทนสินทรัพย์ดิจิทัลบนบล็อกเชนที่โปร่งใส และได้ทดสอบปล่อยเงินลงทุนจากนักลงทุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านแพลตฟอร์มทดลองแล้ว

PoobahAI สตาร์ทอัพจากเท็กซัส ระดมทุนรอบ Seed ได้ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย FourTwoAlpha บริษัทที่เชี่ยวชาญลงทุนระยะแรกใน Ethereum และ Cosmos PoobahAI มุ่งช่วยให้ผู้ใช้สร้างเครือข่าย Web3 ที่เป็น tokenization และเอเจนต์ AI ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ระบบ AI-Web3 ที่เกิดใหม่นี้ผสาน AI กับโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์ ถูกมองว่าเป็นแนวทางสร้างระบบดิจิทัลที่เป็นอิสระและผู้ใช้ควบคุมได้มากขึ้น

แนวโน้มตลาดเงินลงทุนคริปโตฯ ปี 2025

แนวโน้มซบเซาในปัจจุบันคาดว่าจะต่อเนื่องถึงสิ้นปี 2025 ซึ่งถือเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสของระบบนิเวศคริปโตฯ ด้านความท้าทายคือ สตาร์ทอัพระยะเริ่มต้นระดมทุนยาก อาจทำให้นวัตกรรมชะลอตัว ไอเดียดีหลายอย่างไม่มีโอกาสเกิดจริง ด้านโอกาสคือ สภาวะแบบนี้จะคัดกรองโครงการเก็งกำไรออกไป เหลือแต่โครงการที่สร้างคุณค่าแท้จริง

สำหรับผู้ประกอบการ สถานการณ์ตอนนี้ต้องการมาตรฐานและเกณฑ์ที่สูงขึ้น หมดยุคที่แค่มี whitepaper หรือไอเดียก็ได้เงินลงทุน นักลงทุนยุคนี้ต้องการเห็นสินค้าใช้งานจริง การเติบโตของผู้ใช้ และโมเดลสร้างรายได้ การเปลี่ยนแปลงนี้แม้จะโหด แต่ในระยะยาวจะส่งผลดีต่อสุขภาพของอุตสาหกรรม

สำหรับนักลงทุน ตอนนี้คือจังหวะที่ดีในการวางแผนลงทุนรับตลาดกระทิงรอบถัดไป ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าการลงทุนในตลาดหมีให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดกระทิงมาก อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของบริษัทเงินลงทุนยังเลือกที่จะรอดูท่าที ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสทองในการลงทุน

ดูต้นฉบับ
news.article.disclaimer
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น